ค้นหาบล็อกนี้

กำลังโหลด...

วันพฤหัสบดีที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ทำนาดำกล้าต้นเดียว ข้าวหอมปทุม ปี2559





คำสำคัญประวัติข้าวพันธุ์ปทุมธานี 1
ข้าวพันธุ์ปทุมธานี 1 ได้มากจากการผสมพันธุ์ระหว่าง สายพันธุ์ข้าว BKNA6-183-2 (พันธุ์แม่) กับสายพันธุ์ PTT8506-3-21 ที่ศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานี เมือฤดูนาปรัง ปี 2553
พ.ศ.2533-2540            เปรียบเทียบผลผลิตในสถานีและระหว่างสถานี
พ.ศ.2539-2540            วิเคราะห์คุณภาพทางกายภาพและเคมี ทดสอบความต้านทานโรคแมลง ศัตรูที่สำคัญ
พ.ศ.2540-2541            เปรียบเทียบคุณผลผลิตในนาราษฎร ทดสอบเสถียรภาพการให้ผลผลิต
พ.ศ.2541-2542            ขยายพันธุ์เป็นพันธุ์หลัก
กรมวิชาการเกษตร พิจารณาให้เป็นพันธุ์รับรอง โดยให้ชื่อ “ข้าวพันธุ์ปทุมธานี 1”
ลักษณะเด่นของข้าวพันธุ์ปทุมธานี 1 คือ
            1.เป็นข้าวเจ้าหอมที่ไม่ไวต่อช่วงแสง สามารถที่จะนำเอาไปปลูกได้ตลอดทั้งปี
  1. คุณภาพของเมล็ดคล้ายพันธุ์ข้าวขาวดอกมะลิ 105 เมื่อเวลาข้าวสุกจะนุ่มเหนียว และมีกลิ่นที่หอมมาก
  2. สามารถต้านเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลได้
  3. สามารถต้านเพลี้ยกระโดดหลังขาวได้
  4. สามารถต้านโรคไหม้
  5. สามารถต้านโรคขอบใบแห้ง
  6. ให้ผลผลิตเฉลี่ย 650-774 กิโลกรัมต่อไร่
ลักษณะประจำพันธุ์ของ ข้าวพันธุ์ปทุมธานี 1 คือ
            1.เป็นข้าวเจ้าหอมไม่ไวต่อช่วงแสง ปลูกได้ทั้งฤดูนาปีและนาปลัง อายุของการเก็บเกี่ยวนาดำ 113-126 วัน นาหว่านน้ำตม 104-114 วัน
  1. ต้นสูงประมาณ 104-133 เซนติเมตร
  2. ทรงกอตั้ง
  3. ใบสีเขียวมีขน ใบแก่ช้า กาบใบและปล้องสีเขียว ใบธงยาว ตั้งตรงปานกลาง
  4. คอรวงสั้น รวงอยู่ใต้ใบธง
  5. เปลือกเมล็ดสีฟาง มีขน มีหาง กลีบรองดอกสีฟาง
  6. เมล็ดเปลือกข้าวเฉลี่ยยาว 10.52 มิลลิเมตร กว้าง 2.47 มิลลิเมตร และหลา 1.95 มิลลิเมตร
  7. เมล็ดข้าวกล้อง เฉลี่ยยาว 7.6 มิลลิเมตร กว้าง 2.17 มิลลิเมตร และหนา 1.72 มิลลิเมตร
  8. ระยะพักตัวของเมล็ด3-4 สัปดาห์
ข้อควรระวัง คือ
            1.ข้าวพันธุ์ปทุมธานี 1ค่อนข้างไม่ต้านทานเพลี้ยจักจั่นสีเขียว โรคใบหงิก และโรคใบสีส้ม
  1. ไม่ควรใช้ปุ๋ยในอัตราสูงมากจนเกินไป โดยเฉพาะปุ๋ยไนโตรเจน ถ้าใส่มากเกินไปอาจจะทำให้ฟางอ่อน ต้นข้าวล้มและผลิตลดลงได้

กำหนดวันแช่พันธุ์ข้าว

วันที่ 1  กรกฎาคม   2559
วันที่2  กรกฎาคม  2559
เพาะกล้าเรียงเม็ด
วันที่ 7  กรกฎาคม 2559
ถ่ายรูปกล้าอายุ 7 วันมาให้ดู
















นาข้าวกับการทดน้ำเข้านา
















 ฝายน้ำล้น







วันศุกร์ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2558

การเปลี่ยนยอด

เรียนรู้การเปลี่ยนยอดด้วยภาพ

 กิ่งพันธุ์สะเดามันทะวาย
 เครื่องมืออุปกรณ์
 กิ่งพันธุ์ดีที่ฉันต้องการ
 เฉือนกิ่งพันธุ์ดี
 ทำแผลที่ต้นสะเดาป่า
 กรีดสองรอยห่างกันประมาณกิ่งพันธุ์ดี
 สองรอย
 เสียบ...เสียบกิ่งพันธุ์เข้าไปเลย
 พันด้วยเชือกฟางแน่นๆ อย่าให้ดิ้น
 พันทับด้วยพลาสติกกันน้ำเข้
 เริ่มแตกยอดใหม่ เปิดพลาสติกที่ยอด  ควั่นต้นแม่ให่เร่งส่งอาหารมาเลี้ยงกิ่งใหม่
 แตกยอดใหม่ ตัดต้นเก่าทิ้ง

ได้สิ่งใหม่ที่เราต้องการ

ทำนาดำกล้าต้นเดียว ข้าวไรซ์เบอรี่(Riceberry)ปี2558

ทำนาดำกล้าต้นเดียว  ข้าวไรซ์เบอรี่อินทรีย์  (Riceberry) ปี2558

เริ่มกิจกรรมการทำนาอินทรีย์ปี2558  แล้วครับ  เริ่มวันที่  14  สิงหาคม  2558  เมื่อตอน20.00 น  หลังกินข้าวเย็นเรียบร้อย  วันนี้ทำอะไรบ้าง
        เริ่มจากตวงข้าว  ข้าวไรซ์เบอรี่(Riceberry) ข้าวพันธุ์จากปีที่แล้ว  มา5 กิโล  แช่น้ำ  ตักส่วนที่ลอยน้ำทิ้งไป  นำข้าวที่จมน้ำไปใส่ในถังน้ำเกลือ  แล้งตักส่วนที่ลอยน้ำเกลือทิ้งออกไปอีกส่วนหนึ่ง จะเหลือข้าวที่จมน้ำเกลือ ส่วนนี้เก็บไว้ปลูก  ตักออกจากน้ำเกลือแช่น้ำจืดอีกครั้ง สังเกตจะไม่มีเมล็ดข้าวลอยน้ำเลย  นำเชื้อราเขียว เชื้อราไตรโคเดอร์มา สองถุงมาละลายน้ำ  กรองเอาแต่น้ำสีเขียว แช่ข้าวไว้ 1 คืน  พรุ่งนี้จะเอาไปเพาะในกะบะเพาะ
         วันที่ 15  สิงหาคม  2558  วันนี้นั่งหยอดเมล็ดข้าวลงในกะบะเพาะ  แล้ววางซ้อนๆกันไว้  พรุ่งนี้ถึงจะผสมดินกลบข้าวแล้ววางเรียง 
         วันที่ 16  สิงหาคม  2588  ผสมดินปลูกใช้ดินร่วนเหนียว 1 ส่วน ขี้ไส้เดือน  3 ส่วน  แกลบดำ  1 ส่วน  ผสมกันให้เข้าดีแล้ว ใช้กลบถาดดพาะข้าว แล้วนำไปวาง  คลุมด้วยแสลนดำ  รดน้ำ  นับได้  88 ถาด  เสร็จแล้ว  รดน้ำอีกครั้ง
  
 วันที่ 17  สิงหาคม  2558  วันนี้แค่ไปรดน้ำให้พอเปีกๆ เท่านั้น  เมื่อวานเย็นมีฝนปรอยๆพรมให้พอดี 

วันที่ 18  สิงหาคม  2558  วันนี้แค่ไปรดน้ำโชกๆ เพราะแดดร้อนมาก ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น 
วันที่ 20  สิงหาคม  2558  เมื่อวานไม่ไปดูข้าวนึกว่าฝนตก  เพราะทั่วไปฝนตกหนักพอสมควร  ไปดูวันนี้  ไม่มีฝนเลย  มีแต่สภาพการเสียหายจากลม  ข้าว  88 ถาด  ลมพัดหายไป23 ถาด ที่เหลือก็ขาดๆหาย ๆ ไม่ครบช่อง  ข้าวเริ่มงอกเป็นหน่อข้าวขึ้นมาแล้ว  ต้องรดน้ำเก็บทำความสะอาด  ตามหาถาด  วันเสาร์คงต้องเพาะเพิ่ม  กลัวข้าวไม่พอปลูก   วันนี้ฝนตกปรอยๆ พอเปียก  แต่ไม่มีลม  ลมพัดหนักมาก  ต้องจัดทำกังหันลมผลิตกระแสไฟฟ้าเสียให้เข็ด  รออีกนิด
วันที่ 22 สิงหาคม  2558 เพาะกล้าเพิ่มอีก  23 ถาด ตามจำนวนที่หายไป วิธีการทำตามขั้นตอน  กล้าครบอายุ  7 วัน  งอกขึ้นมามองดูสวยแล้ว  รดน้ำพ่นเชื้อราเขียวอีกครั้ง 

วันที่ 1 กันยายน  2558
หลายวันผ่านมาฝนไม่ตกเลยต้องตักน้ำรดข้าวทุกวัน  วันนี้ก็เช่นกัน ไปตักน้ำรดข้าว  สภาพโดยรวมก็ดูสมบูรณืดี  จะมีบางส่วนที่นกจิกกินยอดข้าวขาดเป็นท่อนๆเห็นชัด  ส่วนริมๆขอบนอกมีต้นข้าวแห้งตาย อาจเกิดจากอากาศร้อนมาก  และวางไว้บนพื้นดินลูกรัง  ข้างๆ ความชื้นน้อย


 เตรียมพร้อมลงดำได้แล้ว  รอแต่ฝนเพื่อทำเทือกเอากล้าลงดำ  รอน้ำฝน
วันที่ 3-4 กันยายน 2558  สองวันผ่านมาฝนตกตอนเย็น มีน้ำฝนลงนา  พอได้ทำเทือก  เช้าวันนี้ มีคนไปขโมยตีเทือก รอบเช้า  บ่ายฝนตกหนักน้ำเข้านาเยอะพอควร  หลังฝนหยุดตกมีรถอีกคันมาขโมยตีเทือกซ้ำสอง  หญ้าเยอะมาก
วันที่ 6  กันยายน 2558 วันนี้ได้ดำนา ได้ครึ่งกระทง  แดแแรงเกิน
วันที่ 8  กันยายน  2558 ดำนาได้เกือบเสร็จ  น้ำแห้งดี  หว่านขี้ไส้เดือนใส่ข้าวที่ดำแล้ว  พรุ่งนี้น่าจะดำเสร็จ  หว่านขี้ไส้เดือนให้ครบ  แล้วเติมน้ำจากกระทงบนลงมา  เพื่อดำกระทงบนต่อไป 
วันที่ 13  กันยายน  2558  วันนี้ดำนาเสร็จเรียบร้อย  ต่อไป็มีหน้าที่คอยดูแลจัดการเรื่อง น้ำ อาหารพืช และการควบคุมแมลง 


วันที่ 16  กันยายน  2558   ฝนตกหนักน้ำระบายออกไม่ทันน้ำท่วมข้าวอีก  ต้องระบายน้ำออก  


วันที่ 26  กันยายน  2558  หลังจากรายน้ำออก หนึ่งสัปดาห์ผ่าน  สามารถตั้งตัวได้อีกครั้ง


วันที่ 20 ตุลาคม  2558  ปล่อยน้ำแห้ง เร่งการแตกกอ


วันที่ 12 ธันวาคม  2558  ถ่ายรูปมาให้ดู  น้ำแห้งแล้ว











วันที่27ธันวาคม  2558










วันนี้ข้าวมีอายุ 145 วัน  การสร้างความสมบูรณ์ของเมล็ดข้าวต้องการวันเวลา และการได้ผ่านอุณหภูมิที่ต่ำลง  ทำให้ข้าวสร้างสารต้านอนุมูลอิสระได้อย่างเต็มความสามารถ
ข้อมูลเพิ่มเติมจากศูนย์วิทยาศาสตร์ข้าว
ข้าวไรซ์เบอรี่ Riceberry
ได้จากการผสมข้ามพันธุ์ระหว่างข้าวเจ้าหอมนิลกับข้าวขาวดอกมะลิ 105 ลักษณะเป็นข้าวเจ้าสีม่วงเข้ม รูปร่างเมล็ดเรียวยาว ข้าวกล้องมีความนุ่มนวลมาก สามารถปลูกได้ตลอดทั้งปี ให้ผลผลิตต่อไร่สูง ต้านทานต่อโรคไหม้ได้เป็นอย่างดี
คุณสมบัติเด่นทางด้านโภชนาการของข้าวไรซ์เบอรี่ คือมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ได้แก่ เบต้าแคโรทีน,แกมมาโอไรซานอล, วิตามินอี, แทนนิน, สังกะสี, โฟเลตสูง, มีดัชนีน้ำตาลต่ำ-ปานกลาง นอกจากนี้รำข้าวและน้ำมันรำข้าว ยังมีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระที่ดีเหมาะสำหรับใช้ทำผลิตภัณฑ์อาหารเชิงบำบัดอีกด้วย

ลักษณะประจำพันธุ์ข้าวไรซ์เบอรี่ Riceberry


ความสูง 105-110 ซม.
อายุเก็บเกี่ยว 130 วัน
ผลผลิต 750-1000 กก. / ไร่
% ข้าวกล้อง (Brown rice) 76 %
% ต้นข้าวหรือข้าวเต็มเมล็ด (head rice) 50 %
ความยาวของเมล็ด
ข้าวเปลือก 11 ม.ม. ข้าวกล้อง 7.5 ม.ม. ข้าวขัด 7.0 ม.ม.

คุณสมบัติทางโภชนาการในข้าวกล้องไรซ์เบอรี่ Riceberry

ปริมาณ Amylose 15.6 %
อุณหภูมิแป้งสุก < 70 ° C
ธาตุเหล็ก 13-18 mg/kg
ธาตุสังกะสี 31.9 mg/kg
โอเมกา-3 25.51 mg/100g
วิตามิน อี 678 ug /100g
โฟเลต 48.1 ug/100g
เบต้าแคโรทีน 63 ug/100g
โพลีฟีนอล 113.5 mg/100g
แทนนิน 89.33 mg/100g
แกมมา-โอไรซานอล 462 ug/100g
สารต้านอนุมูลอิสระ
ชนิดละลายในน้ำ 47.5mg ascorbic acid quivalent/100g
ชนิดละลายในน้ำมัน 33.4 mg trolox equivalent/100 g


สามารถปลูกได้ทุกพื้นที่ แต่จะได้คุณภาพและคุณค่าทางอาหารดีที่สุดนั้น ในพื้นที่ๆปลูก โดยเฉพาะระยะข้าวกำลังติดเมล็ด ช่วงกลางวันอุณหภูมิควรอยู่ที่ 32 องศา กลางคืน 22 องศาหรือต่ำกว่า จะได้สีเมล็ดที่มีสีเข้ม
ผลิตภัณฑ์ข้าวอินทรีย์นาดำกล้าต้นเดียว

Source: http://dna.kps.ku.ac.th/index.php/faq-rice-science-center